คำถามที่ลูกค้า Unit-Linked ควรถามแต่ไม่ค่อยได้ถามคือ "เบี้ยที่จ่ายไป 100 บาท ไปถึงการลงทุนจริงกี่บาท" บทความนี้แกะค่าใช้จ่ายทุกชั้นของประกันควบการลงทุนแบบฉบับลูกค้า อ่านจบแล้วจะดูเอกสารเสนอขายเป็น และรู้ว่าต้องถามอะไรก่อนตัดสินใจ ย้ำตั้งแต่ต้น: นี่คือบทความให้ความรู้ ไม่ใช่คำชวนซื้อหรือเลิกซื้อ

ภาพรวม: เบี้ยหนึ่งก้อน ถูกหักเป็นชั้น ๆ ก่อนถึงกองทุน

เบี้ยที่จ่ายเข้า Unit-Linked ไม่ได้วิ่งเข้ากองทุนทั้งก้อน มันผ่านด่านหักค่าใช้จ่ายอย่างน้อยสามชั้น ชั้นแรกหักทันทีจากเบี้ย ชั้นที่สองหักรายเดือนจากมูลค่ากรมธรรม์ และชั้นที่สามฝังอยู่ในกองทุนที่เลือก เข้าใจสามชั้นนี้แล้วภาพทั้งหมดจะชัด

ชั้นที่ 1: ค่าใช้จ่ายที่หักจากเบี้ย (Premium Charge)

ทันทีที่จ่ายเบี้ย บริษัทหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินการประกันภัยเป็นเปอร์เซ็นต์ของเบี้ย โดยปีแรก ๆ มักหักสัดส่วนสูงที่สุดแล้วทยอยลดลงตามปีกรมธรรม์ นี่คือเหตุผลที่มูลค่ากรมธรรม์ช่วงสองสามปีแรกต่ำกว่าเบี้ยสะสมอย่างมีนัยสำคัญ และเป็นเหตุผลใหญ่ที่ผลิตภัณฑ์นี้ไม่เหมาะกับการถือสั้น อัตราจริงของแต่ละแบบต่างกัน ดูได้จากตารางค่าธรรมเนียมในเอกสารเสนอขาย [ตรวจสอบเงื่อนไขในกรมธรรม์]

ชั้นที่ 2: ค่าใช้จ่ายที่หักจากมูลค่ากรมธรรม์รายเดือน

ชั้นนี้มีสองตัวหลักที่ทำงานเงียบ ๆ ทุกเดือน

  • ค่าการประกันภัย (Cost of Insurance: COI) ค่าความคุ้มครองชีวิตที่คำนวณตามอายุจริง เพศ และทุนความคุ้มครองที่เลือก จุดสำคัญ: COI แพงขึ้นทุกปีตามอายุ ช่วงวัยหนุ่มสาวแทบไม่รู้สึก แต่หลังอายุ 60 จะเร่งขึ้นชัดเจน และคือตัวการหลักที่กัดมูลค่ากรมธรรม์ของผู้ถือวัยเกษียณ
  • ค่าธรรมเนียมการบริหารกรมธรรม์ (Administration Fee) ค่าดูแลรายเดือนตามอัตราที่กำหนด

สองตัวนี้หักจากมูลค่ากรมธรรม์โดยการขายหน่วยลงทุน แปลว่าหักไม่หยุดแม้เราหยุดจ่ายเบี้ย นี่คือกลไกเบื้องหลังความเสี่ยงกรมธรรม์ขาดผลบังคับที่เราเล่าไว้ในบทความข้อจำกัด Unit-Linked

ชั้นที่ 3: ค่าธรรมเนียมระดับกองทุน

หน่วยลงทุนที่ถืออยู่มีค่าใช้จ่ายของกองทุนฝังในตัว ทั้งค่าบริหารจัดการและค่าใช้จ่ายอื่นของกองทุน ซึ่งสะท้อนในมูลค่าหน่วยอยู่แล้ว บางกรมธรรม์อาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเมื่อสับเปลี่ยนกองทุนเกินจำนวนครั้งที่กำหนด รายละเอียดดูจากหนังสือชี้ชวนของแต่ละกองทุนประกอบ

เอาทุกชั้นมารวมกัน: คำถามที่ควรถามผู้ขาย

  1. ปีแรกเบี้ย 100 บาท เข้าไปลงทุนจริงกี่บาท ปีที่ห้าล่ะ
  2. ค่า COI ของทุนที่ผมเลือก ณ อายุ 40, 50, 60, 70 เป็นเท่าไร ขอดูตาราง
  3. ถ้าผลตอบแทนกองทุนเป็นศูนย์ติดต่อกันห้าปี มูลค่ากรมธรรม์จะเหลือเท่าไร
  4. รวมทุกค่าธรรมเนียมแล้ว ต้องได้ผลตอบแทนกองทุนปีละกี่เปอร์เซ็นต์ มูลค่าถึงจะไม่ถอยหลัง

ผู้ขายที่มีใบอนุญาตและเป็นมืออาชีพต้องตอบสี่ข้อนี้ได้ด้วยเอกสารประกอบ ไม่ใช่คำพูดลอย ๆ

มุมที่เป็นธรรมกับผลิตภัณฑ์

ค่าธรรมเนียมเหล่านี้ไม่ใช่ "การโกง" แต่คือต้นทุนของความยืดหยุ่นและความคุ้มครองที่ผลิตภัณฑ์ให้ คำถามที่ถูกต้องคือ เราใช้ประโยชน์จากความยืดหยุ่นนั้นจริงไหม และมีทางเลือกอื่นที่ต้นทุนต่ำกว่าสำหรับโจทย์เดียวกันหรือเปล่า เช่น แยกซื้อ term กับกองทุนรวมเอง ซึ่งเหมาะกับบางคนแต่ไม่ใช่ทุกคน การเทียบให้เห็นตัวเลขทั้งสองทางก่อนตัดสินใจคือวิธีที่เป็นธรรมกับเงินของเราที่สุด

สรุป

เบี้ย Unit-Linked เดินผ่านค่าใช้จ่ายสามชั้น ชั้นจากเบี้ย ชั้นรายเดือน และชั้นกองทุน เข้าใจครบแล้วจะรู้ว่าผลิตภัณฑ์นี้ออกแบบมาให้ถือยาวและต้องติดตาม ใครถืออยู่แล้วอยากอ่านมูลค่ากรมธรรม์ตัวเองให้เป็น หรือกำลังพิจารณาและอยากได้มุมมองกลาง ๆ ทักมาทาง LINE ได้เสมอ

บทความนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากบทความของสมาคมนักวางแผนการเงินไทย (TFPA) เรียบเรียงเนื้อหาใหม่ทั้งหมด

อ่านบทความต้นฉบับจาก TFPA →