คำว่า "ประกันชีวิต" คำเดียว แต่ข้างในมีหลายแบบที่ออกแบบมาเพื่อเป้าหมายต่างกัน บทความนี้สรุปประเภทหลักให้เห็นภาพรวม เพื่อให้คุยกับผู้ขายรู้เรื่องและเลือกได้ตรงโจทย์ของตัวเอง

แบบชั่วระยะเวลา (Term)

คุ้มครองช่วงเวลาที่กำหนด เช่น 10 หรือ 20 ปี หากเสียชีวิตในช่วงนั้นผู้รับประโยชน์ได้รับเงินเอาประกัน หากอยู่ครบสัญญาโดยทั่วไปไม่มีเงินคืน จุดเด่นคือเบี้ยต่ำเมื่อเทียบกับทุนประกันที่ได้ เหมาะกับการคุ้มครองภาระชั่วคราว เช่น ช่วงผ่อนบ้านหรือช่วงลูกยังเล็ก

แบบตลอดชีพ (Whole Life)

คุ้มครองยาวถึงอายุที่กำหนดไว้สูง เช่น 90 หรือ 99 ปี จ่ายเบี้ยช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้วคุ้มครองต่อเนื่อง มีมูลค่าเงินสดสะสมในกรมธรรม์ เหมาะกับคนที่ต้องการหลักประกันระยะยาวให้ครอบครัว หรือวางแผนส่งต่อทรัพย์สิน

แบบสะสมทรัพย์ (Endowment)

ผสมระหว่างความคุ้มครองกับการออม มีเงินคืนระหว่างทางหรือเงินก้อนเมื่อครบสัญญาตามเงื่อนไขของแบบ เหมาะกับคนที่อยากมีวินัยออมพร้อมความคุ้มครอง โดยควรเข้าใจว่าผลตอบแทนเป็นไปตามที่ระบุในกรมธรรม์ ไม่ใช่การลงทุนที่มุ่งผลตอบแทนสูง

แบบบำนาญ (Annuity)

เน้นสร้างรายได้ประจำหลังเกษียณ จ่ายเบี้ยสะสมช่วงวัยทำงาน แล้วรับเงินบำนาญเป็นงวดตามอายุที่กำหนด เหมาะกับการวางแผนเกษียณโดยเฉพาะ และเบี้ยมีสิทธิลดหย่อนภาษีในวงเงินแยกต่างหากตามหลักเกณฑ์ปัจจุบัน

แบบควบการลงทุน (Unit Linked / Universal Life)

รวมความคุ้มครองชีวิตเข้ากับการลงทุน มูลค่ากรมธรรม์ขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของกองทุนที่เลือก จึงมีโอกาสรับผลตอบแทนพร้อมความเสี่ยงที่ผู้เอาประกันรับเอง แบบนี้มีรายละเอียดมากกว่าแบบอื่น ควรเข้าใจค่าธรรมเนียมและความเสี่ยงให้ครบก่อนตัดสินใจ

เลือกแบบไหนดี

ไม่มีแบบที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน มีแต่แบบที่ตรงกับโจทย์ ลองเริ่มจากคำถามว่าต้องการ "คุ้มครอง" "ออม" "รายได้เกษียณ" หรือ "ลงทุน" เป็นหลัก แล้วดูแบบที่ออกแบบมาเพื่อโจทย์นั้น หลายคนใช้มากกว่าหนึ่งแบบประกอบกันตามช่วงชีวิต หากไม่แน่ใจ ปรึกษาผู้ดูแลเพื่อเทียบให้เห็นภาพด้วยตัวเลขจริงได้