ช่วงลูกยังเล็กคือช่วงที่ครอบครัว "เปราะบางทางการเงินที่สุด" ของทั้งชีวิต ภาระยาวที่สุด รายจ่ายพีค และทุกอย่างพึ่งรายได้พ่อแม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ขณะเดียวกันงบก็ตึงที่สุดเช่นกัน บทความนี้จึงคัดมาให้เหลือ "สามแบบที่สำคัญจริง" เรียงตามลำดับก่อนหลัง สำหรับพ่อแม่ที่อยากเริ่มให้ถูกจุดในงบที่มีจริง (ฉบับเต็มเรื่องประกันลูก อ่านบทความวิธีเลือกซื้อประกันให้ลูกประกอบ)
แบบที่ 1: ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา (Term) ของพ่อแม่ — กระดูกสันหลังของทั้งแผน
ความจริงที่ต้องยอมรับก่อน: ความเสี่ยงใหญ่สุดของลูกเล็กคือ "การหายไปของรายได้พ่อแม่" ตลอดยี่สิบปีข้างหน้า เครื่องมือที่ตรงและประหยัดที่สุดคือ term ระยะ 20–25 ปี ทุนเท่าค่าเลี้ยงดูบวกการศึกษาบวกหนี้ ตัวอย่างวิธีคิด (ตัวเลขสมมติ): ค่าเลี้ยงดูปีละ 200,000 × 20 ปี + เป้าการศึกษา 1 ล้าน + หนี้บ้าน 2 ล้าน = ทุนราว 7 ล้าน ฟังดูใหญ่ แต่ด้วย term ของคนวัยสามสิบ เบี้ยมักอยู่หลักหมื่นต้น ๆ ต่อปี ทำทั้งพ่อและแม่ตามสัดส่วนรายได้ และอย่าลืมพ่วงความคุ้มครองทุพพลภาพซึ่งความเสี่ยงใกล้กันแต่คนลืมบ่อยกว่า
แบบที่ 2: ประกันสุขภาพ — ของลูกและของพ่อแม่ ในน้ำหนักที่ถูกต้อง
เด็กเล็กป่วยบ่อยตามวัย ประกันสุขภาพลูกช่วยให้พาไปหาหมอได้โดยไม่ลังเลเรื่องเงิน เลือกวงเงินตามโรงพยาบาลที่ใช้จริงและรู้ว่าเบี้ยเด็กเล็กแพงกว่าวัยอื่นเพราะความถี่เคลมสูง แต่จุดที่พ่อแม่มือใหม่พลาดบ่อยคือ ลืมสุขภาพของตัวเอง ทั้งที่ถ้าพ่อหรือแม่ป่วยหนัก ผลกระทบต่อบ้านใหญ่กว่าลูกป่วยมาก (รายได้หาย + ค่ารักษา + ไม่มีคนดูแลลูก) หลักจัดน้ำหนัก: สุขภาพพ่อแม่ต้องไม่บางกว่าสุขภาพลูก ใช้โครงสร้าง deductible คู่กับสวัสดิการบริษัทช่วยคุมเบี้ยรวมได้ตามที่เราเขียนไว้หลายบทความ
แบบที่ 3: แผนการศึกษาพร้อมตัวช่วยยกเว้นเบี้ย — เงินเรียนที่เดินต่อได้ทุกกรณี
เมื่อสองแบบแรกครบแล้ว ค่อยเติมแผนเงินการศึกษา เครื่องมือเลือกได้ตามนิสัยครอบครัว ทั้งประกันสะสมทรัพย์ที่เงินคืนตรงช่วงเข้ามหาวิทยาลัย (แน่นอนตามสัญญา) หรือการลงทุนระยะยาว (โอกาสโตกว่า ผันผวนกว่า) จุดที่ทำให้ "แผนการศึกษาผ่านประกัน" มีความพิเศษคือสัญญาเพิ่มเติม ยกเว้นเบี้ย/ผู้ชำระเบี้ย: หากผู้ปกครองที่จ่ายเบี้ยเสียชีวิตหรือทุพพลภาพ บริษัทยกเว้นเบี้ยที่เหลือทั้งหมดโดยผลประโยชน์ของลูกเดินต่อครบ นี่คือฟีเจอร์ที่กองทุนหรือบัญชีออมทั่วไปไม่มี และคือเหตุผลหลักที่แผนการศึกษาผ่านประกันยังมีที่ยืนแม้ผลตอบแทนไม่หวือหวา [ตรวจสอบเงื่อนไขในกรมธรรม์]
เรียงงบอย่างไรเมื่อเงินจำกัด
กฎเหล็กของบ้านลูกอ่อน: อย่าซื้อแบบที่ 3 ก่อนแบบที่ 1–2 ครบ เพราะแผนการศึกษาที่สวยงาม ไร้ความหมายถ้าเสาหลักล้มแล้วไม่มีทุนชีวิตรองรับ งบแนะนำยังเป็นกรอบเดิม เบี้ยรวมทั้งบ้านไม่เกินราวหนึ่งในสิบของรายได้ครอบครัว ถ้าทำครบสามแบบแล้วเกินกรอบ ให้ลดขนาดแบบที่ 3 ลงก่อน ไม่ใช่ตัดแบบที่ 1
ทบทวนตามจังหวะลูกโต
แผนชุดนี้ไม่ใช่ตั้งแล้วลืม ทุกครั้งที่มีลูกเพิ่ม ย้ายโรงเรียน หรือหนี้บ้านลดลงมาก ให้กลับมาปรับทุนและเป้า ใช้กรอบทบทวนภายใน 90 วันหลังเหตุการณ์ใหญ่ที่เราแนะนำไว้ และเมื่อลูกเริ่มโตพ้นวัยพึ่งพิง ทุน term ที่เคยตั้งไว้สูงจะทยอยหมดภารกิจไปเอง นั่นคือสัญญาณว่าแผนทำงานสมบูรณ์แล้ว
สรุป
ชุดสตาร์ทเตอร์ของพ่อแม่ลูกเล็ก: term ทุนสูงของพ่อแม่เป็นกระดูกสันหลัง สุขภาพทั้งบ้านในน้ำหนักที่ถูกต้อง และแผนการศึกษาพร้อมยกเว้นเบี้ยเป็นชั้นปิดท้าย สามแบบ เรียงลำดับนี้ ในงบที่ยั่งยืน เท่านี้ความรักก็มีโครงสร้างรองรับครบทุกสถานการณ์ อยากคำนวณตัวเลขจริงของครอบครัวคุณ ทักมาทาง LINE ได้เสมอ ไม่มีค่าใช้จ่าย
บทความนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากบทความของสมาคมนักวางแผนการเงินไทย (TFPA) เรียบเรียงเนื้อหาใหม่ทั้งหมด
