คำถามที่เจอบ่อยมากคือ "มีประกันสังคมแล้ว ทำไมใช้บัตรทองไม่ได้" หรือ "สิทธิไหนดีกว่ากัน" บทความนี้วางสองสิทธิหลักของคนไทยเทียบกันให้เห็นภาพ เพื่อเข้าใจสิทธิของตัวเองและวางแผนได้ถูก
หลักการแรก: คนหนึ่งคนมีสิทธิหลักได้ทีละสิทธิ
ระบบสุขภาพไทยจัดให้ทุกคนมีสิทธิรักษาพื้นฐานหนึ่งสิทธิตามสถานะ ลูกจ้างในระบบเป็นผู้ประกันตนใช้สิทธิประกันสังคม ข้าราชการใช้สิทธิสวัสดิการราชการ ส่วนคนที่ไม่มีสองสิทธิแรกใช้สิทธิบัตรทอง ดังนั้นโดยทั่วไปเราไม่ได้ "เลือก" สิทธิเอง แต่สิทธิเปลี่ยนตามสถานะชีวิต เช่น ออกจากงานประจำระยะหนึ่งแล้วไม่ส่งต่อมาตรา 39 สิทธิจะกลับมาเป็นบัตรทอง
ที่มาของเงินต่างกัน
จุดต่างเชิงหลักการคือ บัตรทองใช้งบประมาณแผ่นดินดูแลคนไทยทุกคนที่อยู่ในเงื่อนไขโดยไม่ต้องจ่ายสมทบ ส่วนประกันสังคมเป็นระบบ "ร่วมจ่ายสามฝ่าย" คือลูกจ้าง นายจ้าง และรัฐ ผู้ประกันตนจึงได้สิทธิประโยชน์อื่นนอกจากการรักษาด้วย ซึ่งเป็นข้อแลกเปลี่ยนกับเงินสมทบที่จ่ายทุกเดือน
ฝั่งการรักษา: ใกล้กันกว่าที่คิด
ทั้งสองสิทธิครอบคลุมการรักษาหลักครบทั้งผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน การคลอด และโรคค่าใช้จ่ายสูงตามหลักเกณฑ์ของแต่ละระบบ ความต่างเชิงการใช้งานอยู่ที่หน่วยบริการ บัตรทองผูกกับหน่วยบริการประจำใกล้บ้านและระบบส่งต่อ ส่วนประกันสังคมผูกกับโรงพยาบาลตามสิทธิที่เราเลือกเองได้จากรายชื่อที่เปิดให้เลือกในแต่ละรอบ รายละเอียดสิทธิประโยชน์ปลีกย่อยของทั้งสองระบบมีการปรับปรุงต่อเนื่อง [ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด]
จุดเด่นของแต่ละสิทธิ
- บัตรทอง ไม่มีภาระจ่ายสมทบ สิทธิประโยชน์ด้านส่งเสริมป้องกันโรคกว้าง และมีนโยบายเพิ่มความสะดวกในการเข้ารับบริการอย่างต่อเนื่อง
- ประกันสังคม ได้มากกว่าการรักษา ทั้งเงินทดแทนขาดรายได้ยามเจ็บป่วย คลอดบุตร สงเคราะห์บุตร ทุพพลภาพ ว่างงาน และบำเหน็จบำนาญชราภาพ ซึ่งบัตรทองไม่มีในส่วนนี้
ส่วนกรณีฉุกเฉินวิกฤติ ทั้งสองสิทธิเข้าโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดได้เหมือนกันตามนโยบาย UCEP
แล้วต้องมีประกันเอกชนเสริมไหม
ทั้งสองสิทธิดูแล "การรักษาที่จำเป็น" ได้จริง สิ่งที่เหมือนกันคือไม่ครอบคลุมความสะดวกส่วนเพิ่ม เช่น ห้องพิเศษ โรงพยาบาลเอกชนที่เลือกเอง หรือการไม่ต้องรอคิว คำถามจึงไม่ใช่ "สิทธิรัฐดีพอไหม" แต่คือ "เราต้องการระดับความสะดวกแค่ไหน และงบเท่าไร" คนที่โอเคกับเครือข่ายรัฐอาจไม่ต้องเสริมมาก ส่วนคนที่ต้องการทางเลือก มักเสริมประกันสุขภาพเอกชนตามกำลัง
สรุป
บัตรทองและประกันสังคมไม่ใช่คู่แข่งกัน แต่เป็นสิทธิคนละบทบาทตามสถานะของเรา รู้ว่าตอนนี้ตัวเองถือสิทธิไหน สิทธินั้นให้อะไร แล้วเติมส่วนที่ขาดตามความต้องการจริง นั่นคือการวางแผนสุขภาพที่ใช้ทุกบาทอย่างคุ้มค่า
