"ควรมีประกันไหม" คือคำถามที่คนถามตัวแทนแล้วมักได้คำตอบเดียวคือ "ควร" บทความนี้ขอตอบแบบที่นักวางแผนการเงินตอบ: ไม่ใช่ทุกคนต้องมี และไม่ใช่ทุกคนไม่ต้องมี คำตอบขึ้นกับหลักการเดียวคือการบริหารความเสี่ยง มาดูวิธีหาคำตอบของตัวเองแบบตรงไปตรงมา
หลักการตั้งต้น: ความเสี่ยงจัดการได้สี่วิธี
วิชาบริหารความเสี่ยงบอกว่าเมื่อเจอความเสี่ยง เรามีสี่ทาง หลีกเลี่ยง (ไม่ทำกิจกรรมเสี่ยง) ลด (ดูแลสุขภาพ ขับรถปลอดภัย) รับไว้เอง (มีเงินพอจ่ายเองเมื่อเกิดเหตุ) และ โอน (จ่ายเบี้ยให้บริษัทประกันรับแทน) ประกันคือเครื่องมือของวิธีที่สี่เท่านั้น คำถาม "ควรมีไหม" จึงแปลว่า "ความเสี่ยงนี้ เราควรโอนหรือรับเอง"
กฎทอง: โอนความเสี่ยงที่ "เกิดน้อยแต่พังหนัก"
ความเสี่ยงที่คุ้มกับการโอนให้ประกันมีลักษณะชัดเจน: โอกาสเกิดต่อปีต่ำ แต่ถ้าเกิดแล้วความเสียหายใหญ่เกินกว่าเงินเราจะรับไหว เช่น ป่วยหนักค่ารักษาหลักล้าน เสาหลักจากไปทั้งที่หนี้บ้านยังเหลือสิบปี ส่วนความเสี่ยงเล็ก ๆ ที่เกิดบ่อย เช่น หวัดธรรมดา ค่ายาหลักร้อย รับเองถูกกว่าจ่ายเบี้ยให้คนอื่นจัดการ นี่คือเหตุผลที่การซื้อประกันเพื่อเคลมเรื่องจิ๋ว ๆ ให้คุ้มเบี้ย เป็นการใช้เครื่องมือผิดประเภทตั้งแต่ต้น
ใครที่ "ควรมี" ชัดเจน
- มีคนพึ่งพิงรายได้ ลูก คู่ชีวิต หรือพ่อแม่ที่เราส่งเงินให้ → ความคุ้มครองชีวิตคือความรับผิดชอบ ไม่ใช่ทางเลือก
- มีหนี้ที่ผูกกับตัวเรา บ้าน ธุรกิจ หรือหนี้ที่มีคนค้ำ → ทุนชีวิตอย่างน้อยเท่าหนี้
- เงินเก็บยังรับค่ารักษาก้อนใหญ่ไม่ไหว ซึ่งคือคนส่วนใหญ่ของประเทศ → ประกันสุขภาพคือเกราะของเงินเก็บ
- รายได้ผูกกับร่างกายตัวเอง ฟรีแลนซ์ ค้าขาย อาชีพอิสระ → ทั้งสุขภาพและทุพพลภาพสำคัญเป็นพิเศษ
ใครที่ "อาจยังไม่จำเป็น" หรือจำเป็นน้อย
ความซื่อตรงต้องมีสองทาง กลุ่มที่เหตุผลของประกันอ่อนลง: คนที่ทรัพย์สินสภาพคล่องสูงมากจนรับค่ารักษาหรือภาระทั้งหมดได้สบาย ๆ (self-insure ได้จริง) คนไม่มีผู้พึ่งพิงและไม่มีหนี้ ที่อาจยังไม่ต้องรีบมีทุนชีวิตก้อนใหญ่ และคนที่สวัสดิการครอบคลุมความต้องการจริงครบแล้ว ณ ช่วงเวลานั้น ข้อสังเกต: สถานะ "ไม่จำเป็น" นี้เปลี่ยนได้ทุกเมื่อที่ชีวิตเปลี่ยน และการรอจนจำเป็นค่อยซื้อ มีต้นทุนเรื่องอายุและสุขภาพที่เราย้ำบ่อย
เช็กตัวเองใน 3 คำถาม
หนึ่ง ถ้าพรุ่งนี้มีบิลค่ารักษา 1 ล้านบาท เงินของเราจ่ายได้โดยชีวิตไม่สะเทือนไหม สอง ถ้ารายได้เราหายไปถาวรวันนี้ มีใครเดือดร้อนไหม สาม สวัสดิการที่มีอยู่ครอบคลุมสองข้อแรกหรือยัง ตอบ "ไม่" ข้อไหน นั่นคือความเสี่ยงที่ควรพิจารณาโอน ตอบ "ได้/ไม่มี/ครบ" ทั้งหมด ก็แปลว่าวันนี้ความจำเป็นต่ำ และเงินที่ไม่ได้จ่ายเบี้ยควรไปเสริมความมั่งคั่งให้สถานะนั้นแข็งแรงยิ่งขึ้น
สรุป
ประกันไม่ใช่ของที่ทุกคนต้องมีเพราะใครบอก แต่เป็นเครื่องมือโอนความเสี่ยงที่ควรใช้เมื่อความเสียหายใหญ่เกินกระเป๋าเราจริง ๆ ตอบสามคำถามข้างบนอย่างซื่อสัตย์ แล้วคำตอบ "ควรมีหรือไม่" จะเป็นของเราเอง ไม่ใช่ของคนขาย อยากให้ช่วยประเมินแบบเป็นกลาง ไม่มีธงคำตอบล่วงหน้า ทักมาคุยทาง LINE ได้เสมอ
บทความนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากบทความของสมาคมนักวางแผนการเงินไทย (TFPA) เรียบเรียงเนื้อหาใหม่ทั้งหมด
