คำถาม "ทุนประกันควรมีเท่าไร" เราเคยเขียนวิธีคำนวณไว้แล้ว แต่บทความนี้ตอบอีกคำถามที่สำคัญไม่แพ้กัน สำหรับคนที่ "มีประกันอยู่แล้ว" หลายเล่ม: ของที่มีอยู่ตอนนี้ เพียงพอหรือยัง มาทำการตรวจสอบด้วยตัวเองแบบเป็นขั้นตอน ใช้เวลาชั่วโมงเดียวรู้คำตอบ

ขั้นที่ 1: รวมทุนที่มีอยู่จริงทั้งหมด

หยิบกรมธรรม์ทุกเล่มมากองรวมกัน รวมถึงของที่มักถูกลืม ได้แก่ ประกันกลุ่มของที่ทำงาน ประกันที่แถมกับสินเชื่อบ้าน ประกันอุบัติเหตุที่แถมกับบัตรหรือสมาชิกต่าง ๆ จดเฉพาะ "ทุนชีวิต" ของแต่ละเล่มแล้วบวกรวม ตัวเลขนี้คือความคุ้มครองรวมที่ครอบครัวจะได้รับจริง หลายคนพบว่าน้อยหรือมากกว่าที่คิดไว้มาก แค่ขั้นนี้ก็คุ้มแล้ว

ขั้นที่ 2: คำนวณภาระที่จะตกถึงคนข้างหลัง

ฝั่งตรงข้ามของสมการคือภาระจริง บวกสามก้อนหลัก หนึ่ง หนี้สินคงค้างทั้งหมด สอง ค่าใช้จ่ายครอบครัวต่อปีคูณจำนวนปีที่อยากให้มีเวลาปรับตัว สาม เป้าหมายที่อยากดูแลต่อ เช่น การศึกษาลูกจนจบ แล้วหักด้วยทรัพย์สินสภาพคล่องที่มี ผลลัพธ์คือ "ความต้องการสุทธิ" รายละเอียดวิธีคิดแบบเจาะลึกอ่านได้ในบทความเรื่องทุนประกันชีวิตของเรา

ขั้นที่ 3: เทียบสองตัวเลขแล้วอ่านผล

นำทุนรวม (ขั้นที่ 1) ลบความต้องการสุทธิ (ขั้นที่ 2)

  • ติดลบ = มีช่องว่าง (underinsured) คือกลุ่มที่พบบ่อยที่สุด โดยเฉพาะคนที่ซื้อประกันครั้งเดียวเมื่อนานมาแล้ว แล้วชีวิตเพิ่มภาระมาเรื่อย ๆ ทั้งบ้าน ลูก และพ่อแม่ที่ต้องดูแล
  • บวกมาก = อาจคุ้มครองเกิน (overinsured) เกิดได้กับคนที่ซื้อซ้ำซ้อนหลายเล่มตามคำชวนโดยไม่เคยรวมยอด เบี้ยส่วนเกินนั้นอาจไปทำงานที่อื่นได้คุ้มกว่า
  • ใกล้ศูนย์ = พอดี ยินดีด้วย แต่ยังต้องนัดทบทวนประจำปีอยู่ดี

ขั้นที่ 4: เช็กคุณภาพ ไม่ใช่แค่ปริมาณ

ทุนพอแล้วยังไม่จบ ต้องเช็กอีกสามเรื่อง หนึ่ง ระยะเวลาคุ้มครอง ทุนก้อนใหญ่ของเราหมดอายุตอนไหน ถ้าประกันกลุ่มคือทุนหลัก แปลว่าความคุ้มครองผูกกับงานไม่ใช่กับเรา สอง ผู้รับประโยชน์ ทุกเล่มยังเป็นชื่อที่ตั้งใจไหม โดยเฉพาะคนที่ชีวิตคู่หรือครอบครัวเปลี่ยน สาม ความคุ้มครองด้านอื่น ชีวิตพอแล้ว แต่สุขภาพ ทุพพลภาพ และโรคร้ายแรงครบไหม เพราะความเสี่ยงไม่ได้มีแบบเดียว

สัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาประเมินใหม่ทันที

แต่งงาน มีลูก ซื้อบ้าน เปลี่ยนงาน (ประกันกลุ่มเปลี่ยน) รายได้เปลี่ยนเกินหนึ่งในสี่ หย่าร้าง หรือคนพึ่งพิงเพิ่มขึ้น เหตุการณ์เหล่านี้เปลี่ยนสมการทั้งสองฝั่งทันที อย่ารอรอบทบทวนประจำปี

สรุป

การประเมินความพอเพียงของประกันชีวิตคือเลขลบง่าย ๆ ระหว่าง "ทุนที่มี" กับ "ภาระที่แบก" แต่พลังของมันอยู่ที่การลงมือทำจริง ลองจัดเวลาหนึ่งชั่วโมงสุดสัปดาห์นี้ทำทั้งสี่ขั้น แล้วคุณจะรู้จักสถานะความคุ้มครองของตัวเองดีกว่าที่เคยเป็นมา ติดขัดขั้นไหนหรืออยากได้คนช่วยรวมยอด ทักมาทาง LINE ได้เลย ไม่มีค่าใช้จ่าย

บทความนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากบทความของสมาคมนักวางแผนการเงินไทย (TFPA) เรียบเรียงเนื้อหาใหม่ทั้งหมด

อ่านบทความต้นฉบับจาก TFPA →