"เอาเบี้ยปีละสามหมื่นไปลงทุนเองสามสิบปี ได้เงินก้อนโตกว่าตั้งเยอะ" เป็นข้อถกเถียงที่มีเหตุผลและควรได้รับคำตอบที่มีเหตุผลกลับ ไม่ใช่คำปัดตก บทความนี้ชวนคิดเรื่อง "เก็บเอง vs ซื้อประกัน" ด้วยตัวเลขและตรรกะแบบแฟร์ ๆ กับทั้งสองฝั่ง

ข้อโต้แย้งฝั่ง "เก็บเอง" และจุดที่มันถูก

ฝั่งเก็บเองมีจุดแข็งจริง: เงินเป็นของเราทั้งหมด ไม่มีเงื่อนไขเคลม ไม่มีข้อยกเว้น ใช้กับอะไรก็ได้ และถ้าไม่ป่วยเลย เงินก้อนนั้นกลายเป็นความมั่งคั่ง ฟังขึ้นโดยเฉพาะกับคนสุขภาพดีและมีวินัยสูง ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตรรกะ แต่อยู่ที่ สมมติฐานเรื่องเวลา ที่ซ่อนอยู่

จุดตายของการเก็บเอง: โรคไม่รอให้เงินก้อนโต

ลองดูตัวเลขสมมติ: เก็บปีละ 30,000 บาท ห้าปีได้ราว 150,000 บวกผลตอบแทนเล็กน้อย แต่ค่ารักษาโรคใหญ่หนึ่งครั้งอาจเป็น 500,000 ถึงหลักล้าน คำถามเดียวที่ตัดสินทุกอย่าง: ถ้าป่วยปีที่สามของแผนล่ะ กองทุนส่วนตัวยังเล็กเกินรับ ขณะที่ประกันคุ้มครองเต็มวงเงินตั้งแต่พ้นระยะรอคอย นี่คือความต่างเชิงโครงสร้าง การเก็บเองต้องใช้เวลา "สร้างเกราะ" สิบถึงยี่สิบปี ส่วนประกันคือการ "เช่าเกราะเต็มใบ" ตั้งแต่เดือนแรก ความเสี่ยงสุขภาพไม่ได้เรียงคิวตามความพร้อมของเรา

อีกสองตัวแปรที่ฝั่งเก็บเองมักลืม

หนึ่ง เงินเฟ้อค่ารักษา ที่วิ่งเร็วกว่าเงินเฟ้อทั่วไป เป้าที่ตั้งวันนี้จะเล็กลงเรื่อย ๆ เทียบค่ารักษาจริงในอนาคต สอง วินัยและจังหวะชีวิต เงินกองกลางที่ไม่มีสัญญาผูก มักถูกหยิบไปใช้กับเรื่องอื่นเสมอ ทั้งดาวน์รถ เรียนลูก หรือโอกาสลงทุน ผ่านไปสิบปีกองทุนรักษาตัวเองของหลายคนคือบัญชีว่าง ขณะที่เบี้ยประกันซึ่ง "ถูกบังคับจ่าย" กลับสร้างความคุ้มครองที่อยู่จริง

ฝั่งประกันก็ต้องยอมรับจุดอ่อนตัวเอง

ความแฟร์ต้องมีสองทาง: ประกันมีเงื่อนไข ข้อยกเว้น ระยะรอคอย และเบี้ยที่จ่ายแล้วไม่ได้คืน (สำหรับแบบคุ้มครองล้วน) ถ้าทั้งชีวิตแข็งแรงตลอด เงินเบี้ยคือต้นทุนที่จ่ายเพื่อความอุ่นใจ ไม่ใช่การลงทุนที่งอกเงย ใครที่มีทรัพย์สินสภาพคล่องสูงมากจนรับบิลหลักล้านได้สบาย การ self-insure บางส่วนหรือทั้งหมดเป็นทางเลือกที่มีเหตุผลจริงตามที่เราเขียนไว้ในบทความ "ควรมีหรือไม่"

ทางสายกลางที่ได้ข้อดีสองโลก: Deductible + กองทุนตัวเอง

คำตอบที่นักวางแผนชอบที่สุดไม่ใช่ "อย่างใดอย่างหนึ่ง" แต่คือผสม: ซื้อประกันสุขภาพแบบ มีความรับผิดส่วนแรก (deductible) รับความเสี่ยงก้อนเล็กเองด้วยกองทุนส่วนตัว แล้วให้ประกันรับเฉพาะหายนะก้อนใหญ่ ผลคือเบี้ยถูกลงมาก เงินส่วนต่างไปสะสมในกองทุนตัวเองที่โตขึ้นเรื่อย ๆ และเมื่อกองทุนใหญ่พอ จะเพิ่ม deductible ให้เบี้ยถูกลงอีกก็ได้ เส้นทางนี้คือการ "ค่อย ๆ ย้าย" จากพึ่งประกันเต็มตัวไปสู่พึ่งตัวเองมากขึ้นอย่างปลอดภัย โดยไม่มีช่วงไหนของชีวิตที่เกราะหาย

สรุป

คำถามที่ถูกไม่ใช่ "แบบไหนคุ้มกว่า" แต่คือ "ช่วงไหนของชีวิตควรผสมสองอย่างในสัดส่วนเท่าไร" ช่วงเงินก้อนยังเล็ก ประกันคือเกราะที่จำเป็น เมื่อความมั่งคั่งโต ค่อยรับความเสี่ยงเองมากขึ้นทีละขั้น อยากเห็นตัวเลขของตัวเองว่าจุดผสมที่เหมาะอยู่ตรงไหน ทักมาทาง LINE แล้วลองคำนวณด้วยกันได้

บทความนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากบทความของสมาคมนักวางแผนการเงินไทย (TFPA) เรียบเรียงเนื้อหาใหม่ทั้งหมด

อ่านบทความต้นฉบับจาก TFPA →