เพื่อนสองคนคุยกันเรื่องประกัน ต่างคนต่างมีทุนคุ้มครองชีวิต 10 ล้านเหมือนกัน แต่พอเทียบเบี้ยกลับต่างกันลิบลับ คนหนึ่งจ่ายปีละไม่กี่หมื่น อีกคนจ่ายปีละหลายแสน ใครโดนหลอกหรือเปล่า คำตอบคือไม่มีใครโดนหลอก แต่เบี้ยประกันถูกกำหนดด้วยหลายปัจจัยกว่าที่คิด มาแกะทีละตัว
ปัจจัยที่ 1: แบบประกัน ตัวแปรที่ใหญ่ที่สุด
ทุนเท่ากันแต่ "สัญญาคนละชนิด" เบี้ยต่างกันได้หลายเท่า แบบชั่วระยะเวลา (term) จ่ายเฉพาะค่าความคุ้มครองช่วงเวลาหนึ่ง เบี้ยจึงต่ำสุด แบบตลอดชีพคุ้มครองยาวและมีมูลค่าสะสม เบี้ยสูงขึ้นมาก ส่วนแบบสะสมทรัพย์มีส่วนออมก้อนใหญ่ฝังในเบี้ย ทุน 10 ล้านแบบ term ของคนหนุ่มอาจเบี้ยหลักหมื่น ขณะที่ทุนเดียวกันในแบบสะสมทรัพย์อาจเป็นหลักแสนปลาย ๆ เพราะเงินส่วนใหญ่คือการออมไม่ใช่ค่าคุ้มครอง สองคนข้างต้นอาจแค่ถือสัญญาคนละชนิดเท่านั้นเอง
ปัจจัยที่ 2: อายุ ณ วันสมัคร
เบี้ยคำนวณจากความน่าจะเป็นตามสถิติ ยิ่งอายุมาก ความเสี่ยงต่อปีสูงขึ้น เบี้ยจึงไต่ตามอายุที่เริ่มทำ คนสมัครตอน 25 กับ 45 ในแบบเดียวกันทุนเท่ากัน เบี้ยต่างกันชัดเจน นี่คือเหตุผลเชิงคณิตศาสตร์ของคำแนะนำ "ทำเร็วได้เปรียบ" ไม่ใช่แค่คำเชียร์ขาย
ปัจจัยที่ 3: เพศ
สถิติอายุขัยเฉลี่ยของเพศหญิงยาวกว่า เบี้ยประกันชีวิตของผู้หญิงในวัยเดียวกันจึงมักต่ำกว่าผู้ชาย ขณะที่ฝั่งประกันสุขภาพบางช่วงวัยอาจกลับกันตามสถิติการเคลม ทั้งหมดมาจากตารางสถิติ ไม่ใช่การเลือกปฏิบัติ
ปัจจัยที่ 4: สุขภาพและพฤติกรรม ณ วันพิจารณา
ผลการพิจารณารับประกันแบ่งคนออกเป็นกลุ่มความเสี่ยง คนสุขภาพมาตรฐานได้เบี้ยมาตรฐาน ส่วนคนที่มีโรคประจำตัว น้ำหนักเกินเกณฑ์มาก หรือสูบบุหรี่ อาจถูก "เพิ่มเบี้ย" ตามระดับความเสี่ยงที่ประเมินได้ การสูบบุหรี่เพียงข้อเดียวก็ทำให้เบี้ยต่างจากคนไม่สูบอย่างมีนัยสำคัญในหลายแบบประกัน นี่คือส่วนที่เราควบคุมได้มากที่สุดด้วยการดูแลตัวเองก่อนสมัคร
ปัจจัยที่ 5: อาชีพและงานอดิเรกเสี่ยง
งานที่เสี่ยงภัยสูง เช่น งานที่สูง งานเหมือง หรือมีกิจกรรมอย่างดำน้ำลึก ปีนผา อาจถูกจัดชั้นอาชีพที่เบี้ยสูงขึ้นหรือมีเงื่อนไขเฉพาะ ตามเกณฑ์ของแต่ละบริษัท ใบคำขอจึงถามเรื่องนี้เสมอ และต้องตอบตามจริงเช่นเดียวกับเรื่องสุขภาพ
ปัจจัยที่ 6: ระยะเวลาจ่ายเบี้ยและเงื่อนไขสัญญา
แบบเดียวกัน ทุนเท่ากัน แต่เลือกจ่ายเบี้ยสั้น (เช่น 10 ปี) กับจ่ายยาว (ถึงครบสัญญา) เบี้ยต่องวดก็ต่างกัน จ่ายสั้นเบี้ยต่อปีสูงกว่าแต่จบไว นอกจากนี้สัญญาเพิ่มเติมที่พ่วงเข้าไปก็ทำให้เบี้ยรวมต่างกันโดยที่ "ทุนชีวิต" หน้ากรมธรรม์เท่ากัน เวลาเทียบเบี้ยกับใคร ต้องเทียบที่องค์ประกอบครบทุกชั้นเสมอ
บทเรียนเอาไปใช้: เทียบเบี้ยอย่างมืออาชีพ
หนึ่ง อย่าเทียบเบี้ยข้ามแบบประกัน ให้เทียบ "แบบเดียวกัน เงื่อนไขใกล้กัน" สอง ถามเสมอว่าเบี้ยที่เห็นรวมสัญญาเพิ่มเติมอะไรบ้าง สาม รู้ว่าปัจจัยไหนคุมได้ (สุขภาพ พฤติกรรม จังหวะอายุที่สมัคร) แล้วใช้มันให้เป็นประโยชน์ และสี่ เบี้ยถูกสุดไม่เท่ากับเหมาะสุด ดูความคุ้มครองที่ได้ต่อบาทเป็นหลัก สงสัยว่าเบี้ยของตัวเองสมเหตุผลไหม ทักมาทาง LINE ให้ช่วยแกะองค์ประกอบได้เลย
บทความนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากบทความของสมาคมนักวางแผนการเงินไทย (TFPA) เรียบเรียงเนื้อหาใหม่ทั้งหมด
