"เงินด่วนทางไหนดอกถูกสุด" คำตอบที่ได้ยินบ่อยคือ "กู้กรมธรรม์สิ" บทความนี้ตรวจสอบคำกล่าวนั้นแบบจริงจัง เทียบดอกเบี้ยกับทางเลือกเงินด่วนอื่นทีละตัว และที่สำคัญกว่า: ชี้ว่าตัวเลขดอกเบี้ยอย่างเดียวไม่ใช่ทั้งหมดของเรื่อง (กลไกพื้นฐานการกู้กรมธรรม์ เราเขียนไว้แล้วในบทความก่อนหน้า อ่านคู่กันได้)

ก่อนเทียบ: ดอกเบี้ยกู้กรมธรรม์มาจากไหน

อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ตามกรมธรรม์ถูกระบุไว้ในสัญญาหรือประกาศของบริษัท โดยทั่วไปอ้างอิงกับอัตราที่ใช้คำนวณเบี้ยของแบบนั้นบวกส่วนเพิ่มตามที่กำหนด ผลคือกรมธรรม์แต่ละเล่มแต่ละยุคมีอัตราต่างกัน เล่มเก่าบางเล่มอัตราต่ำมาก เล่มใหม่บางเล่มสูงกว่าที่คิด คำตอบแรกของบทความนี้จึงคือ: อย่าเชื่อคำว่า "ถูก" ลอย ๆ เปิดเล่มหรือโทรถามบริษัทดูอัตราจริงของเราก่อน [ตรวจสอบเงื่อนไขในกรมธรรม์]

เทียบตัวต่อตัวกับเงินด่วนแต่ละแบบ

เทียบเชิงโครงสร้าง (อัตราจริงแต่ละช่วงเวลาตรวจสอบล่าสุดเสมอ [ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด])

  • vs บัตรเครดิต/บัตรกดเงินสด: ดอกเบี้ยกลุ่มนี้อยู่ระดับเพดานสูงตามประกาศ กู้กรมธรรม์มักต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญ ชนะชัดในเกือบทุกกรณี
  • vs สินเชื่อส่วนบุคคล: กลุ่มนี้อัตราสูงเช่นกันและมีค่าธรรมเนียม กู้กรมธรรม์มักยังถูกกว่า แถมไม่เช็กเครดิตบูโร ไม่กระทบประวัติ
  • vs สินเชื่อมีหลักทรัพย์ (เช่น รีไฟแนนซ์บ้าน): กลุ่มนี้อัตราอาจใกล้เคียงหรือต่ำกว่ากู้กรมธรรม์ แต่ขั้นตอนนานและมีค่าใช้จ่ายแฝง สำหรับเงินด่วนก้อนไม่ใหญ่ กรมธรรม์สะดวกกว่ามาก
  • vs ยืมญาติ/เพื่อน: ดอกเบี้ยอาจเป็นศูนย์ แต่ดอกเบี้ยทางความสัมพันธ์ประเมินค่าไม่ได้ อันนี้แล้วแต่ครอบครัว

สรุปสนามนี้: สำหรับเงินด่วนระยะสั้น กู้กรมธรรม์ "ถูกจริง" เมื่อเทียบกับสินเชื่อไม่มีหลักประกันแทบทุกชนิด

แต่ดอกเบี้ยไม่ใช่ต้นทุนเดียว: สามต้นทุนแฝงที่ต้องนับ

หนึ่ง ดอกเบี้ยทบต้นแบบไม่มีใครทวง ไม่มีงวดผ่อนบังคับฟังดูสบาย แต่แปลว่าหนี้โตเงียบ ๆ ถ้าไม่มีวินัยคืน สอง ความเสี่ยงกรมธรรม์สิ้นผล เมื่อหนี้รวมดอกเบี้ยโตจนเกินมูลค่าเวนคืน ความคุ้มครองที่สะสมมาหายทั้งหมด นี่คือต้นทุนที่แพงที่สุดและไม่แสดงในตารางดอกเบี้ยใด สาม เงินสินไหมที่ลดลง หากเกิดเหตุระหว่างมีหนี้ค้าง ผู้รับประโยชน์ได้รับเงินหลังหักหนี้ ครอบครัวอาจได้น้อยกว่าที่เราตั้งใจไว้มาก

ใช้อย่างไรให้ "ถูก" ทั้งดอกเบี้ยและวิธีใช้

กฎสี่ข้อ: ใช้กับเรื่องจำเป็นระยะสั้นที่มีแผนคืนชัดเจน (เช่น รอเงินก้อนที่กำลังเข้า) ไม่ใช่อุดรายจ่ายประจำที่รั่ว ตั้งกำหนดคืนให้ตัวเองเหมือนผ่อนธนาคาร เช็กยอดหนี้เทียบมูลค่าเวนคืนทุกหกเดือน และถ้าจำเป็นต้องกู้ยาว ให้เทียบกับการเวนคืนหรือทางเลือกอื่นอย่างตรงไปตรงมา เพราะการแบกดอกเบี้ยทบต้นหลายปี อาจแพงกว่าที่คิด

สรุป

ดอกเบี้ยกู้กรมธรรม์ "ถูกจริง" เมื่อเทียบกับเงินด่วนไม่มีหลักประกัน แต่ความถูกนั้นมีเงื่อนไข: ต้องรู้อัตราจริงของเล่มตัวเอง คืนตามแผน และไม่ปล่อยหนี้โตจนกินความคุ้มครอง ใช้เป็นจะได้เครื่องมือฉุกเฉินชั้นดีติดบ้าน ใช้ไม่เป็นจะเสียทั้งดอกเบี้ยและกรมธรรม์ อยากรู้อัตราและวงเงินกู้ของเล่มตัวเอง ทักมาทาง LINE เดี๋ยวช่วยดูวิธีเช็กให้

บทความนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากบทความของสมาคมนักวางแผนการเงินไทย (TFPA) เรียบเรียงเนื้อหาใหม่ทั้งหมด

อ่านบทความต้นฉบับจาก TFPA →