ถ้าวันหนึ่งรู้สึกว่าจ่ายเบี้ยประกันต่อไม่ไหว แต่ก็ไม่อยากทิ้งความคุ้มครองที่สะสมมา "มูลค่าใช้เงินสำเร็จ" หรือ paid-up คือทางเลือกหนึ่งที่กรมธรรม์ส่วนใหญ่เตรียมไว้ให้ มาดูกันว่ามันทำงานอย่างไร
มูลค่าใช้เงินสำเร็จคืออะไร
คือการขอ "หยุดจ่ายเบี้ย" แล้วใช้มูลค่าที่สะสมอยู่ในกรมธรรม์แปลงเป็นความคุ้มครองแบบจ่ายครบแล้ว โดยกรมธรรม์ยังมีผลต่อไปจนครบกำหนดสัญญาเดิม แต่ จำนวนเงินเอาประกันจะลดลง ตามมูลค่าที่มีอยู่ ตัวเลขที่แน่นอนดูได้จากตารางมูลค่ากรมธรรม์
เหมาะกับสถานการณ์แบบไหน
ทางเลือกนี้มักถูกพิจารณาเมื่อรายได้เปลี่ยนไป เช่น เปลี่ยนงาน รายจ่ายเพิ่ม หรือเกษียณเร็วกว่าแผน แล้วการจ่ายเบี้ยต่อกลายเป็นภาระ การใช้เงินสำเร็จช่วยให้ยังมีความคุ้มครองติดตัว โดยไม่ต้องควักเงินจ่ายเบี้ยอีก
สิ่งที่เปลี่ยนไปหลังใช้สิทธิ
- จำนวนเงินเอาประกันลดลงจากเดิม
- สัญญาเพิ่มเติม เช่น ค่ารักษาพยาบาลหรือโรคร้ายแรง โดยทั่วไปจะสิ้นสุดลง เพราะสัญญาเหล่านี้ต้องอาศัยเบี้ยที่จ่ายต่อเนื่อง
- ระยะเวลาคุ้มครองยังคงเดิมตามสัญญาหลัก
เงื่อนไขจริงของแต่ละกรมธรรม์ต่างกัน ควรอ่านเล่มกรมธรรม์หรือสอบถามบริษัทก่อนใช้สิทธิ
ต่างจากการเวนคืนอย่างไร
การเวนคืนคือการยกเลิกสัญญาแล้วรับเงินก้อนออกมา ความคุ้มครองหายไปทั้งหมด ส่วนการใช้เงินสำเร็จคือการเก็บความคุ้มครองไว้ในจำนวนที่ลดลงโดยไม่ได้รับเงินออกมา ถ้าเป้าหมายคือ "ยังอยากมีประกันอยู่" การใช้เงินสำเร็จมักตอบโจทย์กว่า
ก่อนตัดสินใจ
ลองเทียบสามทางเลือกหลักเมื่อจ่ายเบี้ยไม่ไหว ได้แก่ เวนคืน ใช้เงินสำเร็จ และขยายเวลา แต่ละแบบให้ผลต่างกันทั้งจำนวนความคุ้มครองและระยะเวลา การตัดสินใจที่ดีคือการเลือกโดยเห็นตัวเลขจริงของกรมธรรม์ตัวเอง หากไม่แน่ใจ ปรึกษาตัวแทนผู้ดูแลหรือบริษัทประกันได้โดยตรง
