ต่อจากบทความเรื่องหมวดค่าใช้จ่ายก่อนมีลูก คำถามถัดมาคือ "แล้วจะเตรียมเงินยังไงให้ทันและไม่เหนื่อยเกินไป" บทความนี้ว่าด้วยหลักคิดการสร้างกองทุนเพื่อลูกแบบระยะยาว ที่ใช้เวลาเป็นตัวช่วยแทนการใช้แรงอย่างเดียว
แยกเป้าหมายตามช่วงเวลา อย่ารวมเป็นก้อนเดียว
เงินเพื่อลูกไม่ใช่เป้าเดียว แต่เป็นหลายเป้าที่ถึงกำหนดต่างเวลากัน ค่าเทอมปีหน้า ค่ามัธยมในสิบปี ค่ามหาวิทยาลัยในสิบแปดปี การแยกเป้าช่วยให้เลือกเครื่องมือถูก เงินที่ใกล้ใช้ควรอยู่ในที่มั่นคงสภาพคล่องสูง ส่วนเงินที่อีกนานกว่าจะใช้ รับความผันผวนได้มากขึ้นเพื่อแลกโอกาสเติบโต
ให้เวลาทำงานแทนเรา
เป้าที่ไกลที่สุดอย่างทุนมหาวิทยาลัยคือโอกาสของพลังดอกเบี้ยทบต้น เริ่มออมตั้งแต่ลูกแรกเกิดด้วยจำนวนต่อเดือนที่ไม่หนัก มักไปถึงเป้าได้สบายกว่าการเริ่มตอนลูกเข้ามัธยมแล้วต้องเร่งเก็บก้อนใหญ่ หลักง่าย ๆ คือ ตั้งยอดออมรายเดือนอัตโนมัติเข้า "บัญชีของลูก" แยกจากเงินบ้าน แล้วปล่อยให้ความสม่ำเสมอสะสมผล
เลือกเครื่องมือผสมตามหน้าที่
ไม่มีเครื่องมือเดียวที่ตอบทุกเป้า แนวทางที่นิยมคือผสมกัน เงินฝากหรือกองทุนความเสี่ยงต่ำสำหรับเป้าใกล้ กองทุนรวมระยะยาวสำหรับเป้าไกล และประกันในบทบาทที่มันถนัด เช่น แบบสะสมทรัพย์ที่มีกำหนดเงินคืนตรงกับช่วงเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งให้ความแน่นอนตามเงื่อนไขกรมธรรม์ เหมาะกับคนที่ต้องการ "ก้อนที่ต้องมีแน่ ๆ" โดยยอมแลกผลตอบแทนที่เป็นไปตามที่ระบุ ทั้งนี้สัดส่วนของแต่ละเครื่องมือขึ้นกับความเสี่ยงที่ครอบครัวรับได้
ปกป้องแผนด้วยความคุ้มครองของผู้หารายได้
จุดที่ทำให้แผนเพื่อลูก "ไม่มีวันพัง" ไม่ใช่ผลตอบแทน แต่คือความต่อเนื่องของเงินที่ใส่เข้าไป ซึ่งขึ้นกับรายได้ของพ่อแม่ ประกันชีวิตของผู้หารายได้ในทุนที่ครอบคลุมค่าเลี้ยงดูระยะยาว และสัญญาเพิ่มเติมอย่างการยกเว้นเบี้ยกรณีทุพพลภาพ คือกลไกที่ทำให้แผนเดินต่อแม้เกิดเหตุไม่คาดฝันกับคนสร้างแผน นี่คือความต่างระหว่างแผนที่ "น่าจะรอด" กับแผนที่ "มีหลังพิง"
ทบทวนทุกปี และสอนลูกไปด้วยระหว่างทาง
ค่าใช้จ่ายการศึกษาเปลี่ยน เส้นทางของลูกก็เปลี่ยน นัดทบทวนแผนปีละครั้งว่ายอดออมยังพอดีกับเป้าไหม และเมื่อลูกโตพอ ชวนเขามีส่วนร่วมกับเงินก้อนนี้ ให้รู้ว่าบ้านวางแผนเพื่อเขาอย่างไร เด็กที่เห็นการวางแผนของพ่อแม่ มักโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่วางแผนเป็นเอง ซึ่งคือมรดกที่มีค่าไม่แพ้ตัวเงิน
สรุป
กองทุนเพื่อลูกที่ดีคือ แยกเป้าตามเวลา เริ่มเร็ว ผสมเครื่องมือให้ถูกหน้าที่ และมีความคุ้มครองของพ่อแม่เป็นหลังพิง ใครอยากลองวางตัวเลขจริงของครอบครัวตัวเอง ชวนมานั่งคิดด้วยกันได้
