หลายบทความของเราพูดถึงกฎคร่าว ๆ ว่าเบี้ยประกันรวมไม่ควรเกินราวหนึ่งในสิบของรายได้ บทความนี้ขอเจาะลึกเรื่องงบโดยเฉพาะ ว่าตัวเลขนั้นมาจากไหน ใช้กับใครได้แค่ไหน และจะ "แบ่งงบ" ภายในก้อนนั้นอย่างไรให้ฉลาดที่สุด

ทำไมถึงเป็นราวหนึ่งในสิบของรายได้

ตรรกะเบื้องหลังคือสมดุลของแผนการเงินทั้งระบบ รายได้ของเราต้องแบ่งให้ครบทั้งค่าใช้จ่ายจำเป็น เงินออมลงทุน และความสุขปัจจุบัน หากเบี้ยประกันกินสัดส่วนมากเกินไป มันจะเริ่มเบียดเงินออมและคุณภาพชีวิต จนวันหนึ่งกลายเป็นเหตุให้ทิ้งกรมธรรม์กลางทาง ซึ่งเสียหายกว่าการเริ่มด้วยงบพอดีมาก ตัวเลขราวสิบเปอร์เซ็นต์คือจุดที่คนส่วนใหญ่จ่ายต่อเนื่องได้ตลอดสัญญาโดยไม่ฝืน ทั้งนี้มันคือ "เพดานแนะนำ" ไม่ใช่เป้าที่ต้องไปให้ถึง ใครใช้น้อยกว่าแล้วความคุ้มครองครบ ยิ่งดี

แบ่งงบภายในก้อนอย่างไร: ลำดับก่อนหลังสำคัญกว่ายอดรวม

สมมติงบเบี้ยปีละ 50,000 บาท คำถามถัดมาคือแบ่งให้อะไรก่อน ลำดับที่แนะนำสำหรับคนทั่วไป

  1. ประกันสุขภาพ ก้อนแรกเสมอ เพราะความเสี่ยงเกิดบ่อยและกระทบทันที
  2. ความคุ้มครองชีวิต/ทุพพลภาพ ตามภาระจริง ใช้แบบ term ช่วยให้ได้ทุนสูงในงบจำกัด
  3. โรคร้ายแรง เมื่อสองข้อแรกครบและงบยังเหลือ
  4. ส่วนการออมหรือบำนาญ เป็นชั้นบนสุด เติมเมื่อฐานความคุ้มครองแน่นแล้ว

ข้อผิดพลาดคลาสสิกคือเรียงกลับด้าน เอางบส่วนใหญ่ไปลงแบบออมที่เบี้ยแพง แล้วเหลือเศษให้ความคุ้มครองสุขภาพและชีวิตซึ่งเป็นเหตุผลที่แท้จริงของการมีประกัน

ปรับตามช่วงชีวิตและระดับรายได้

สัดส่วนหนึ่งในสิบไม่ใช่เสื้อไซซ์เดียว ลองดูการปรับตามบริบท

  • รายได้น้อยหรือเพิ่งเริ่มงาน อาจเริ่มที่ 3–5% เน้นสุขภาพกับอุบัติเหตุก่อน ดีกว่ารอจนพร้อมแล้วค่อยทำซึ่งมักไม่มาถึง
  • ช่วงภาระพีค (มีลูก ผ่อนบ้าน) อาจขยับใกล้ 10–15% ได้ถ้าจำเป็น โดยใช้ term คุมเบี้ยให้คุ้มทุน
  • รายได้สูง เปอร์เซ็นต์อาจต่ำลงแต่เม็ดเงินสูงขึ้น และน้ำหนักมักเลื่อนไปทางวางแผนภาษีและส่งต่อทรัพย์สิน
  • ใกล้เกษียณ งบควรเน้นรักษาแผนสุขภาพเดิมและบำนาญ มากกว่าเปิดความคุ้มครองใหม่

อย่าลืมนับสิทธิภาษีเข้าไปในสมการ

เบี้ยหลายประเภทใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ตามวงเงินและเงื่อนไขปัจจุบัน [ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด] สำหรับคนฐานภาษีสูง ภาษีที่ประหยัดได้ทำให้ "ต้นทุนจริง" ของเบี้ยต่ำกว่าตัวเลขที่จ่าย เช่น จ่ายเบี้ยแสนหนึ่งแต่ได้ภาษีคืนสองหมื่น ต้นทุนจริงคือแปดหมื่น มุมนี้ช่วยให้ตัดสินใจได้แม่นขึ้น แต่ย้ำเสมอว่าซื้อจากความต้องการคุ้มครองก่อน สิทธิภาษีเป็นตัวช่วยตัดสินใจ ไม่ใช่เหตุผลหลัก

เครื่องมือเช็กตัวเองใน 3 คำถาม

หนึ่ง เบี้ยรวมทุกเล่มตอนนี้กี่เปอร์เซ็นต์ของรายได้ (หลายคนไม่เคยรวม) สอง ถ้าปีหน้ารายได้ลดหนึ่งในสี่ ยังจ่ายไหวไหม สาม ลำดับการแบ่งงบของเราตรงกับลำดับความเสี่ยงหรือเรียงกลับด้านอยู่ ตอบสามข้อนี้ได้ งบประกันของเราก็อยู่บนรากฐานที่มั่นคงแล้ว อยากให้ช่วยรวมยอดและจัดลำดับใหม่ ทักมาทาง LINE ได้เสมอ ไม่มีค่าใช้จ่าย

บทความนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากบทความของสมาคมนักวางแผนการเงินไทย (TFPA) เรียบเรียงเนื้อหาใหม่ทั้งหมด

อ่านบทความต้นฉบับจาก TFPA →