หลายคนผ่อนบ้านยี่สิบสามสิบปีเพื่อให้ได้ทรัพย์สินก้อนใหญ่ที่สุดของชีวิต แต่กลับลังเลกับเบี้ยประกันอัคคีภัยปีละไม่กี่พันบาทที่ปกป้องมัน บทความนี้ชวนรู้จักประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัยให้ครบ ทั้งความคุ้มครอง การเลือกทุน และจุดที่คนมักเข้าใจผิด

ประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัยคุ้มครองอะไร

ชื่อบอกว่า "อัคคีภัย" แต่ความคุ้มครองพื้นฐานของกรมธรรม์ที่อยู่อาศัยมาตรฐานกว้างกว่านั้น โดยทั่วไปครอบคลุมไฟไหม้ ฟ้าผ่า การระเบิด ภัยจากยานพาหนะชนบ้าน อากาศยานตก และน้ำที่ไหลรั่วจากท่อภายในอาคาร (ไม่ใช่น้ำท่วม) นอกจากนี้กรมธรรม์มาตรฐานยังขยายถึงกลุ่มภัยธรรมชาติพื้นฐานอย่างพายุ น้ำท่วม แผ่นดินไหว ลูกเห็บ ภายใต้วงเงินจำกัดต่อปีตามที่กำหนด ใครอยู่พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมจริงจัง ควรซื้อความคุ้มครองน้ำท่วมเพิ่มแยกต่างหาก [ตรวจสอบเงื่อนไขในกรมธรรม์]

คุ้มครองทั้งตัวบ้านและของในบ้าน

ทุนประกันแบ่งเป็นสองส่วน คือ "สิ่งปลูกสร้าง" (ตัวบ้าน ไม่รวมราคาที่ดิน) และ "ทรัพย์สินภายใน" เช่น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งเลือกทำเฉพาะตัวบ้านหรือรวมของข้างในด้วยก็ได้ จุดที่หลายคนพลาดคือลืมว่าของในบ้านสะสมมูลค่ามากกว่าที่คิด ลองเดินดูรอบบ้านแล้วประเมินคร่าว ๆ ทีวี ตู้เย็น แอร์ทุกตัว เครื่องครัว รวมกันมักเป็นหลักแสน

เบี้ยถูกกว่าที่คิดมาก

เทียบกับมูลค่าทรัพย์สินที่คุ้มครอง ประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัยจัดเป็นประกันที่เบี้ยต่ำที่สุดประเภทหนึ่ง บ้านมูลค่าหลักล้าน เบี้ยมักอยู่ระดับหลักพันต่อปีตามทุนและความคุ้มครองที่เลือก เหตุผลคือความน่าจะเป็นของเหตุไฟไหม้ต่อหลังต่ำ แต่ความเสียหายเมื่อเกิดนั้นรุนแรงถึงขั้นหมดตัว นี่คือกรณีคลาสสิกของความเสี่ยงที่ "ควรโอนให้ประกัน" ที่สุดตามหลักการวางแผนการเงิน

บ้านติดสินเชื่อ vs บ้านปลอดหนี้

บ้านที่กู้ธนาคาร ส่วนใหญ่ถูกกำหนดให้ทำประกันอัคคีภัยอยู่แล้วตามเงื่อนไขสินเชื่อ โดยมักคุ้มครองตามยอดหนี้หรือมูลค่าสิ่งปลูกสร้าง จุดที่ควรเช็กคือ ทุนนั้นครอบคลุม "ของในบ้าน" ด้วยหรือไม่ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่รวม จึงซื้อเพิ่มเองได้ ส่วนบ้านที่ผ่อนหมดแล้ว อย่าปล่อยให้ประกันขาดตามไปด้วย เพราะนาทีนั้นบ้านคือทรัพย์สินของเราเต็มตัวแล้ว ความเสี่ยงทั้งหมดอยู่ที่เราคนเดียว

เลือกทุนประกันอย่างไรให้พอดี

หลักคือทำทุนใกล้เคียง "มูลค่าก่อสร้างใหม่" ของตัวบ้าน ไม่ใช่ราคาซื้อขายรวมที่ดิน ทำทุนต่ำเกินไปจะเจอหลักการเฉลี่ยความเสียหายตามส่วน ทำให้ได้รับชดใช้ไม่เต็มความเสียหายจริง ส่วนทำสูงเกินมูลค่าจริงก็ไม่ได้เงินเกินความเสียหาย เสียเบี้ยเปล่า แนวทางคือประเมินพื้นที่ใช้สอยคูณราคาค่าก่อสร้างต่อตารางเมตรปัจจุบัน หรือสอบถามบริษัทประกันให้ช่วยประเมิน และทบทวนทุนทุกครั้งที่ต่อเติมบ้าน

สรุป

ประกันอัคคีภัยคือการจ่ายหลักพันเพื่อปกป้องหลักล้าน เช็กวันนี้ว่าบ้านของเรามีความคุ้มครองหรือยัง ทุนตรงกับมูลค่าจริงไหม และของในบ้านถูกนับรวมหรือเปล่า ใครไม่แน่ใจว่ากรมธรรม์บ้านที่ธนาคารทำให้ครอบคลุมแค่ไหน ทักมาทาง LINE ให้ช่วยอ่านได้เสมอ

บทความนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากบทความของสมาคมนักวางแผนการเงินไทย (TFPA) เรียบเรียงเนื้อหาใหม่ทั้งหมด

อ่านบทความต้นฉบับจาก TFPA →