นอนโรงพยาบาลหนึ่งคืน นอกจากบิลค่ารักษา ยังมีรายได้ที่หายไปจากการหยุดงานด้วย "ค่าชดเชยรายวัน" คือความคุ้มครองที่ออกแบบมารับมือส่วนนี้ มาดูกันว่ามันทำงานอย่างไรและเคลมแบบไหน
ค่าชดเชยรายวันคืออะไร
คือผลประโยชน์ที่จ่ายเป็น "เงินก้อนต่อวัน" ตามจำนวนวันที่เข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาล ตามอัตราต่อวันที่ระบุในสัญญา เช่น วันละหลักร้อยถึงหลักพันตามแผนที่เลือก จุดสำคัญคือเงินนี้จ่ายให้เรา "เพิ่มเติม" ไม่เกี่ยวกับว่าค่ารักษาจริงเป็นเท่าไรหรือใครจ่ายค่ารักษาไปแล้ว
ต่างจากค่ารักษาพยาบาลอย่างไร
ค่ารักษาพยาบาลจ่ายตามบิลจริงให้โรงพยาบาล ส่วนค่าชดเชยรายวันจ่ายตามจำนวนวันให้ตัวเรา ใช้เงินอย่างอิสระ หลายคนใช้แทนรายได้ที่ขาดไป ค่าเดินทางของคนเฝ้า หรือค่าใช้จ่ายบ้านระหว่างพักรักษา ด้วยเหตุนี้แม้มีสวัสดิการจ่ายค่ารักษาครบแล้ว ค่าชดเชยรายวันก็ยังเคลมได้ตามสิทธิของสัญญาเรา
เงื่อนไขที่ควรรู้ก่อนเคลม
- นับเฉพาะการเข้าพักเป็น ผู้ป่วยใน ตามนิยามของกรมธรรม์ การรักษาผู้ป่วยนอกหรือสังเกตอาการไม่กี่ชั่วโมงโดยทั่วไปไม่เข้าเงื่อนไข
- มี จำนวนวันสูงสุดต่อครั้งหรือต่อปี ตามที่สัญญากำหนด
- มี ระยะรอคอยและข้อยกเว้น เช่นเดียวกับสัญญาสุขภาพอื่น
- บางแผนกำหนดอัตราเพิ่มกรณีพิเศษ เช่น เข้าห้องผู้ป่วยหนัก ตามเงื่อนไขที่ระบุ
รายละเอียดทั้งหมดดูได้จากตารางผลประโยชน์ของสัญญาแต่ละแบบ
ขั้นตอนการเคลมและเอกสาร
การเคลมค่าชดเชยรายวันส่วนใหญ่เป็นแบบยื่นเบิกหลังออกจากโรงพยาบาล เอกสารหลักที่มักใช้ ได้แก่ แบบฟอร์มเรียกร้องสินไหมของบริษัท ใบรับรองแพทย์ที่ระบุการวินิจฉัยและจำนวนวันที่พักรักษา และสำเนาเอกสารแสดงตน บางกรณีบริษัทอาจขอใบสรุปค่ารักษาหรือเวชระเบียนเพิ่ม แนะนำขอเอกสารให้ครบตั้งแต่ยังอยู่โรงพยาบาล จะได้ไม่ต้องกลับไปขอใหม่
เคล็ดลับเล็ก ๆ ที่ช่วยให้เคลมไว
แจ้งจำนวนกรมธรรม์ที่มีให้ครบกับตัวเองตั้งแต่แรก เพราะค่าชดเชยรายวันเคลมได้จากทุกสัญญาที่มีความคุ้มครองนี้ ใบรับรองแพทย์จึงควรขอเผื่อตามจำนวนบริษัทที่ต้องยื่น (หรือใช้สำเนารับรองตามเงื่อนไขแต่ละแห่ง) และยื่นภายในกรอบเวลาที่กรมธรรม์กำหนด
สรุป
ค่าชดเชยรายวันคือเงินปลอบขวัญที่จับต้องได้ในวันที่ร่างกายต้องพัก เข้าใจนิยามผู้ป่วยใน เก็บใบรับรองแพทย์ให้ครบ และยื่นให้ทันเวลา เท่านี้การเคลมก็เรียบร้อย ใครไม่แน่ใจว่าสัญญาของตัวเองมีความคุ้มครองนี้ไหม ลองเปิดตารางผลประโยชน์ดูหรือทักมาถามได้
