รถโดนชนท้ายโดยไม่ใช่ความผิดเรา ต้องเข้าอู่สองสัปดาห์ ระหว่างนั้นค่าแท็กซี่ ค่ารถเช่า หรือรายได้ที่หายเพราะไม่มีรถใช้ ใครรับผิดชอบ คำตอบคือมีสิทธิที่เรียกว่า "ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ" ซึ่งผู้เสียหายจำนวนมากไม่เคยรู้ว่าตัวเองเรียกได้ บทความนี้สรุปให้ครบ

ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถคืออะไร

คือเงินชดเชยสำหรับความเดือดร้อนจากการ "ไม่มีรถใช้" ระหว่างที่รถของเราเข้าซ่อมจากอุบัติเหตุที่ อีกฝ่ายเป็นฝ่ายผิด หลักคิดทางกฎหมายตรงไปตรงมา: ความเสียหายจากอุบัติเหตุไม่ได้มีแค่ตัวถังบุบ แต่รวมถึงประโยชน์ใช้สอยที่หายไประหว่างซ่อมด้วย ผู้ก่อเหตุ (ผ่านบริษัทประกันของเขา) จึงต้องชดใช้ส่วนนี้

ใครเรียกได้ และเรียกจากใคร

เงื่อนไขหลักมีข้อเดียว: เราต้องเป็น ฝ่ายถูก ในอุบัติเหตุ จากนั้นยื่นเรียกร้องไปที่ บริษัทประกันภัยของคู่กรณีฝ่ายผิด (ไม่ใช่บริษัทประกันของเราเอง) จุดที่คนเข้าใจผิดบ่อย: สิทธินี้ไม่เกี่ยวกับว่ารถเรามีประกันชั้นไหนหรือไม่มีเลย ขอแค่เป็นฝ่ายถูกและรถต้องซ่อมจากเหตุนั้น ก็มีสิทธิเรียกตามกฎหมาย

ได้เท่าไร: มีเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนดไว้

สำนักงาน คปภ. กำหนดอัตราชดเชยขั้นต่ำต่อวันไว้ตามประเภทรถ เช่น รถยนต์ส่วนบุคคล รถกระบะ รถตู้ ในอัตราที่ต่างกัน [ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด] โดยนับตามจำนวนวันซ่อมจริงที่สมเหตุผล และหากความเดือดร้อนจริงสูงกว่าขั้นต่ำ เช่น ใช้รถประกอบอาชีพ มีหลักฐานรายได้ที่หายไปหรือค่ารถเช่าจริง ก็เจรจาเรียกตามความเสียหายจริงได้ ตัวเลขสุดท้ายมักจบที่การเจรจาบนหลักฐานที่เรามี

ขั้นตอนการเรียกร้องทีละก้าว

  1. เก็บหลักฐานตั้งแต่วันเกิดเหตุ ใบบันทึกประจำวันหรือเอกสารยืนยันว่าคู่กรณีเป็นฝ่ายผิด
  2. เก็บเอกสารการซ่อม ใบรับรถเข้าซ่อม ใบรายการซ่อม และเอกสารระบุวันรับรถคืน เพื่อยืนยันจำนวนวันที่ไม่มีรถใช้
  3. รวบรวมหลักฐานความเดือดร้อน (ถ้าจะเรียกเกินขั้นต่ำ) ใบเสร็จค่าเดินทาง ค่ารถเช่า หรือหลักฐานการใช้รถประกอบอาชีพ
  4. ทำหนังสือเรียกร้อง ถึงบริษัทประกันของคู่กรณี ระบุจำนวนวันและจำนวนเงิน พร้อมแนบหลักฐาน
  5. ติดตามผล หากบริษัทปฏิเสธหรือต่อรองต่ำผิดปกติ ร้องเรียนผ่านสายด่วน คปภ. 1186 ได้

เคล็ดลับให้เรื่องราบรื่น

ยื่นเรียกร้องไปพร้อม ๆ กับการเคลมซ่อมรถเลย อย่ารอรถเสร็จแล้วค่อยนึกได้ เก็บทุกใบเสร็จการเดินทางระหว่างไม่มีรถไว้เป็นนิสัย และเจรจาด้วยเอกสาร ไม่ใช่อารมณ์ ฝั่งบริษัทประกันมีกรอบจ่ายตามเกณฑ์อยู่แล้ว ความครบของหลักฐานคือตัวกำหนดว่าเราได้ตามสิทธิแค่ไหน

สรุป

โดนชนแล้วไม่ได้เสียแค่รถ เสียประโยชน์การใช้รถด้วย และส่วนนี้เรียกคืนได้ตามกฎหมายจากประกันของฝ่ายผิด จำสามคำ: เป็นฝ่ายถูก เก็บหลักฐานวันซ่อม ทำหนังสือเรียกร้อง สิทธินี้เป็นของทุกคนไม่ว่ารถจะมีประกันชั้นไหน ใครเพิ่งเจอเหตุการณ์แบบนี้และไม่แน่ใจขั้นตอน ทักมาถามทาง LINE ได้เลย

บทความนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากบทความของสมาคมนักวางแผนการเงินไทย (TFPA) เรียบเรียงเนื้อหาใหม่ทั้งหมด

อ่านบทความต้นฉบับจาก TFPA →