เปิดธุรกิจกับเพื่อนสนิทคือความฝันของหลายคน แต่คำถามที่หุ้นส่วนส่วนใหญ่ไม่เคยคุยกัน คือ "ถ้าวันหนึ่งใครคนหนึ่งไม่อยู่ จะเกิดอะไรขึ้นกับบริษัท และกับครอบครัวของเขา" บทความนี้ชวนคุยเรื่องที่อึดอัดแต่จำเป็น พร้อมเครื่องมือประกันที่ช่วยให้ทั้งธุรกิจและมิตรภาพรอดไปด้วยกัน

ความเสี่ยงที่หุ้นส่วนมักไม่ได้คุยกัน

ลองนึกภาพบริษัทสองหุ้นส่วนที่แบ่งหน้าที่กันลงตัว คนหนึ่งดูการขาย อีกคนดูการผลิต หากคนใดคนหนึ่งจากไปกะทันหัน ปัญหามาเป็นชุด งานครึ่งหนึ่งของบริษัทไม่มีคนทำ ความเชื่อมั่นของลูกค้าและเจ้าหนี้สั่นคลอน และที่ซับซ้อนที่สุด: หุ้นของผู้จากไปตกเป็นมรดกของทายาท จู่ ๆ เราอาจมีหุ้นส่วนใหม่เป็นคู่สมรสหรือลูกของเพื่อน ที่อาจไม่รู้จักธุรกิจเลย หรืออยากขายหุ้นทันทีในจังหวะที่บริษัทเปราะบางที่สุด

เครื่องมือที่ 1: ประกัน Keyman คุ้มครองตัวธุรกิจ

แนวคิดแรกคือให้บริษัททำประกันชีวิตคุ้มครองบุคคลสำคัญ (Keyman) โดยบริษัทเป็นผู้ถือกรมธรรม์และรับผลประโยชน์ เมื่อเกิดเหตุ เงินก้อนจะเข้ามาเป็นสภาพคล่องให้บริษัทจ่ายหนี้ จ้างคนแทน และประคองกิจการช่วงเปลี่ยนผ่าน เราเขียนคู่มือ Keyman ฉบับเต็มไว้แล้ว อ่านรายละเอียดเพิ่มได้ ส่วนประเด็นภาษีของเบี้ยและผลประโยชน์ขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์และข้อเท็จจริงของแต่ละบริษัท ควรปรึกษานักบัญชีและตรวจสอบกับกรมสรรพากรก่อนดำเนินการ [ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด]

เครื่องมือที่ 2: Buy-Sell Agreement แก้โจทย์เรื่องหุ้น

เครื่องมือที่ตอบปัญหา "หุ้นส่วนใหม่ที่ไม่ได้เลือก" คือสัญญาซื้อขายหุ้นล่วงหน้า (Buy-Sell Agreement) แนวคิดเชิงหลักการคือ หุ้นส่วนตกลงกันไว้ก่อนว่า หากใครเสียชีวิตหรือออกจากธุรกิจด้วยเหตุที่กำหนด หุ้นของคนนั้นจะถูกซื้อคืนโดยหุ้นส่วนที่เหลือหรือบริษัท ในราคาหรือสูตรราคาที่ตกลงไว้ล่วงหน้า ผลคือ ทายาทได้รับ "เงิน" ที่เป็นธรรมแทนหุ้นที่ขายยาก ส่วนหุ้นส่วนที่เหลือได้ "อำนาจบริหารเต็ม" ไปต่อได้โดยไม่ติดขัด

ประกันชีวิตคือเชื้อเพลิงของ Buy-Sell

สัญญาซื้อหุ้นคืนจะไร้ความหมายถ้าวันเกิดเหตุไม่มีเงินไปซื้อจริง นี่คือจุดที่ประกันชีวิตเข้ามาเป็นกลไก: หุ้นส่วนทำประกันชีวิตไขว้กัน (หรือบริษัทเป็นผู้ทำ ตามโครงสร้างที่ออกแบบ) ด้วยทุนประกันที่สอดคล้องกับมูลค่าหุ้นของแต่ละคน เมื่อเกิดเหตุ เงินสินไหมคือแหล่งเงินสำเร็จรูปสำหรับซื้อหุ้นคืนตามสัญญา ไม่ต้องกู้ ไม่ต้องขายทรัพย์สินบริษัท โครงสร้างทางกฎหมายและภาษีของการจัดแบบต่าง ๆ มีรายละเอียดมาก ควรทำงานร่วมกับทนายความและนักบัญชีตั้งแต่ขั้นออกแบบ

เริ่มคุยกับหุ้นส่วนอย่างไรไม่ให้อึดอัด

เคล็ดลับคือเปลี่ยนกรอบจากเรื่องความตาย เป็นเรื่อง "ความยั่งยืนของธุรกิจและความเป็นธรรมต่อครอบครัวทุกฝ่าย" ชวนคุยสามคำถาม หนึ่ง ธุรกิจเราพึ่งพาใครในเรื่องอะไรบ้าง สอง ถ้าใครคนหนึ่งไม่อยู่ มูลค่าหุ้นของเขาควรคิดอย่างไร สาม ครอบครัวของแต่ละคนควรได้รับอะไร การมีคนกลางอย่างที่ปรึกษาการเงินหรือทนายช่วยนำวง จะทำให้บทสนทนานี้เป็นมืออาชีพและจบด้วยแผนที่ทุกคนสบายใจ

สรุป

ธุรกิจกับเพื่อนที่ยั่งยืน ต้องวางแผนเผื่อวันที่ไม่มีใครอยากให้มาถึงด้วย Keyman ดูแลตัวธุรกิจ Buy-Sell ดูแลเรื่องหุ้นและครอบครัว และประกันชีวิตคือเครื่องยนต์ที่ทำให้ทั้งสองแผนมีเงินจริงรองรับ ทั้งหมดนี้ควรออกแบบร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชี ภาษี และกฎหมายของธุรกิจคุณเอง อยากเริ่มจากภาพรวมก่อน ทักมาคุยทาง LINE ได้เสมอ

บทความนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากบทความของสมาคมนักวางแผนการเงินไทย (TFPA) เรียบเรียงเนื้อหาใหม่ทั้งหมด

อ่านบทความต้นฉบับจาก TFPA →